fbpx

DLB EV Charger เทคโนโลยีที่ช่วยป้องกันไฟฟ้าโอเว่อร์โหลดจากการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในบ้าน

DLB EV Charger เทคโนโลยีที่ช่วยป้องกันไฟฟ้าโอเว่อร์โหลดจากการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในบ้าน

รถยนต์ไฟฟ้า (Electric vehicle) สามารถกินไฟกว่าครึ่งหนึ่งของโหลดการใช้กระแสไฟทั้งหมดจากอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้านของคุณ หรืออย่างน้อยก็จะใช้กระแสไฟในสัดส่วนที่เป็นหลักของโหลดไฟฟ้าทั้งหมด การติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charger) ที่บ้านซักเครื่อง ในบ้านที่มีมิเตอร์ไฟฟ้าขนาด 15(45)A อาจจะมีช่างไฟฟ้าบอกว่าติดตั้งไม่ได้นะ เพราะจะทำให้เกิดการโอเว่อร์โหลด หรือแม้แต่จะใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่ได้กินไฟสักเท่าไหร่เพิ่มอีกสักชิ้นก็ไม่สามารถทำได้แล้ว และการขอเพิ่มขนาดมิเตอร์ไฟฟ้าเป็นขนาด 30(100)A นั้นจะทำให้เกิดต้นทุนแรกเข้าที่สูงตั้งแต่ต้น แต่การเลือกใช้เทคโนโลยี Dynamic Load Balancing (เรียกย่อว่า DLB) หรือ DLB EV Charger (เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบมี DLB ฟังค์ชั่น) นั้นจะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงต้นทุนแรกเข้าที่อาจไม่จำเป็นเสมอไปและยังอาจทำให้คุณสามารถชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าได้ในอัตราความเร็วที่สูงอีกด้วย

            บทความนี้จะอธิบายอย่างง่ายๆ ให้คุณได้ทราบว่าคุณจะสามารถชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในต้นทุนที่ไม่แพงและไม่เป็นการรบกวนโหลดการใช้ไฟฟ้าของอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆในบ้านคุณได้อย่างไร

            ตัวอย่างด้านล่างนี้เป็นการใช้ไฟฟ้าในบ้านพักอาศัยทั่วไป  หากคุณอาศัยอยู่ในอพาร์ทเม้นท์หรือคอนโดขอให้อ่านในย่อหน้าสุดท้ายของบทความนี้สำหรับขั้นตอนที่คุณต้องทำเพิ่มเติม

อะไรคือ Dynamic Load Balancing ในการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า?

          Dynamic Load Balancing เป็นทางออกอันชาญฉลาดในการทำให้เกิดการใช้พลังงานไฟฟ้าแบบปลอดภัยและมีความสมดุลระหว่างการใช้ไฟของรถยนต์ไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ ในบ้านของคุณ กระแสไฟที่มีเหลือจะถูกนำไปใช้ในการชาร์จรถยนต์ของคุณอย่างมีประสิทธิภาพที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ถ้าคุณมีเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้ามากกว่า 1 จุด กระแสไฟก็จะถูกกระจายออกไปยังเครื่องชาร์จทุกเครื่องพร้อม ๆ กันอย่างสม่ำเสมอและคงประสิทธิภาพและความเสถียรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการทำให้ทั้งระบบนั้นไม่เกิดการโอเว่อร์โหลด (หรือการใช้ไฟฟ้าเกินขีดจำกัด)

(ดูตัวอย่างผลิตภัณฑ์ : BENY Smart DLB 7.4kW Tethered Type 2 )

            กราฟด้านล่างแสดงการใช้กระแสไฟฟ้าของอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ในช่วงเวลาที่มีความต้องการใช้สูงสุดคือช่วงตอนเช้าและค่ำ ซึ่งโดยปกติแล้วการใช้จะไม่สูงไปกว่าขีดจำกัดของกำลังไฟฟ้าที่บ้านหรือสถานที่นั้นๆ จะใช้ได้ โดยเฉลี่ยแล้วการใช้กระแสไฟฟ้าจะไปที่จุดสูงสุดในช่วงเช้า ซึ่งเป็นเวลาที่คนในบ้านตื่นนอนและในช่วงเย็นเมื่อกลับจากการทำงาน

แนวโน้มการใช้ไฟฟ้าใน 24 ชั่วโมง

            ในตัวอย่างด้านล่างนี้ทั้งหมด  เราสมมุติว่าเจ้าของบ้านกลับถึงบ้านตอน 6 โมงเย็น เสียบปลั๊กชาร์จรถไฟฟ้าและเริ่มใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าอื่น ๆ ในบ้าน  ซึ่งทำให้เกิดการใช้กระแสไฟฟ้าสูงสุดในแต่ละชั่วโมงเหล่านั้น

การเพิ่มเครื่องชาร์จรถไฟฟ้าเข้าไปนอกเหนือจากอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่น ๆ จึงสามารถก่อให้เกิดการโอเว่อร์โหลดได้

การเพิ่มเครื่องชาร์จรถไฟฟ้าโดยไม่คำนึงถึงขอบเขตกำลังไฟฟ้าของบ้าน

            คำว่าโอเว่อร์โหลด อาจจะฟังดูอันตราย แต่แท้ที่จริงแล้วนั่นเป็นเหตุผลที่เราต้องมีตัวตัดไฟไว้  ซึ่งมันจะทำการตัดกระแสไฟฟ้าก่อน เพื่อป้องกันการโอเว่อร์โหลดที่จะเกิดขึ้น  เมื่อตัวตัดกระแสไฟทำงานคุณก็จะตกอยู่ท่ามกลางความมืดจนกว่าคัตเอาท์จะถูกยกขึ้นเพื่อให้กระแสไฟฟ้ากลับมาทำงานปกติอีกครั้ง 

            วิธีที่ดีที่สุดที่จะหลีกเลี่ยงการใช้กระแสไฟเกินก็คือการใช้ Dynamic Load Balancingทางออกในการแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพและล้ำสมัยรองรับอนาคตอยู่ตรงนี้นี่เอง จะทำให้คุณสามารถเสียบปลั๊กชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเมื่อไหร่ก็ได้อย่างไม่ต้องกังวลใจ และคุณยังสามารถที่จะเปิดเครื่องทำน้ำอุ่น เตาไฟฟ้า เตารีด พร้อมอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่น ๆ ภายในบ้านได้อย่างสะดวกไปพร้อมกันกับการเสียบปลั๊กชาร์จรถไฟฟ้าได้

การใช้ Dynamic Load Balancing

            ระบบจะวัดการใช้กระแสไฟฟ้าภายในบ้านและแจกจ่ายกระแสไฟฟ้าเท่าที่จะให้ได้กับเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า   แม้ว่าคุณจะซื้อรถยนต์ไฟฟ้าที่มีแบตเตอรี่ใหญ่กว่าและต้องการอัตราการชาร์จที่สูงกว่าปกติ คุณก็สามารถชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าได้ด้วยกระแสไฟฟ้าสูงสุดได้ ณ ขณะนั้น ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาใดในระหว่างวัน โดยระบบ Dynamic Load Balancing จะช่วยจัดการให้ท่านเองโดยอัตโนมัติ

ข้อดี

  • เป็นระบบที่ติดตั้งแล้วจบโดยไม่ต้องการการดูแลต่อเนื่อง
  • เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่สนใจติดเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบติดผนังที่บ้านให้ สามารถติดเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบติดผนังไปก่อนได้เลยโดยให้มีระบบ Dynamic Load Balancing มาช่วยจัดการไม่ให้เกิดการโอเว่อร์โหลดได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีการลงทุนเพิ่มในการขอเพิ่มขนาดมิเตอร์ไฟให้ใหญ่ขึ้นและเปลี่ยนอุปกรณ์การเดินสายเมนไฟฟ้าใหม่ทุกครั้ง
  • ระบบสามารถอัพเกรดให้รองรับเครื่องชาร์จเครื่องที่ 2 หรือมากกว่านั้นได้  ระบบ Dynamic Load Balancing ยังช่วยจัดการไม่ให้เกิดการโอเว่อร์โหลดในกรณีใช้เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าหลายๆเครื่องพร้อมกันได้อีกด้วย
  • เป็นการใช้จัดการทรัพยากรที่มีอยู่แล้วให้ได้ประโยชน์มากที่สุด (Resource Optimization) ไม่ต้องเสียเงินจำนวนมากแต่แรก อย่างไรก็ตามหลังจากติดตั้งไปแล้วพบว่า อยากจะมาเพิ่มขนาดมิเตอร์ไฟทีหลัง ก็สามารถทำได้เลย โดยจะตั้งค่าระบบDLBให้สอดคล้องกับมิเตอร์ใหม่แค่เท่านั้น

ข้อเสีย

  • การติดตั้งต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่รองรับสำหรับอนาคต
  • ต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายเล็กน้อยสำหรับสายสัญญาณและระบบเซนเซอร์วัดกระแสไฟฟ้าของบ้าน
  • เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าต้องเป็นรุ่นที่รองรับระบบ Dynamic Load Balancing
  • ความเร็วในการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าไม่ได้เร็วที่สุดตลอดเวลา ผู้ใช้ต้องยอมรับ ให้มีการยืดเวลาออกไปตามที่ทรัพยากรมีให้ใช้ได้เพื่อแลกกับการใช้พลังงานไฟฟ้าไปกับกิจกรรมอื่นที่อาจจะสำคัญกว่า

เมื่อคุณต้องการใช้ Dynamic Load Balancing บ้านของคุณมีกำลังไฟพอหรือไม่ ?

            คำตอบที่ง่ายที่สุดก็คือให้ช่างไฟของคุณเป็นผู้ตัดสิน  สมมุติว่าคุณมีเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแล้วและกำลังหาช่างมาติดตั้ง ช่างติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าจะถามคุณว่าบ้านคุณมีค่ากระแสไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้และสามารถใช้ได้อยู่อีกเท่าไหร่ ซึ่งคุณสามารถหาคำตอบได้ด้วยวิธีที่ง่ายที่สุด 3 ข้อดังนี้

  • สอบถามการไฟฟ้าว่าบ้านคุณมีเพดานกระแสไฟฟ้าที่ยังไม่ได้ใช้และสามารถใช้ได้เหลืออยู่เท่าไหร่ (ไม่แน่ใจว่าวิธีนี้ การไฟฟ้าจะมีบริการนี้ให้หรือไม่)
  • ให้ช่างไฟฟ้ามาติดตั้งระบบ บันทึกข้อมูลการใช้ไฟฟ้าเพื่อนำไปวิเคราะห์  โดยต้องคำนวณเผื่อว่าอุปกรณ์การใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิดก็ไม่ได้มีค่าการใช้กระแสไฟฟ้าที่สม่ำเสมอตลอดเวลา
  • ให้ผู้ให้บริการเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่มีความเชี่ยวชาญเรื่อง Dynamic Load Balancing เข้าไปสำรวจหน้างาน

ทางเลือกในการหลีกเลี่ยงการใช้กระแสไฟบ้านเกินกำหนด

            แม้ว่าการใช้ Dynamic Load Balancing จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแต่สำหรับผู้ใช้ส่วนใหญ่แล้วมันก็ไม่ใช่ทางเลือกเพียงทางเดียว

 การจำกัดกระแสไฟที่จ่ายออกจากเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า

            เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบติดผนัง บางรุ่นก็จะมีดิพสวิซท์ (ซึ่งเปิดฝาครอบและใช้ความรู้พื้นฐานในการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าก็สามารถจะเซ็ตได้แล้ว) หรือบางรุ่นสามารถใช้แอปในการตั้งค่าการจ่ายไฟออกจากเครื่องชาร์จให้คงที่ไว้ค่าใดค่าหนึ่งได้

ข้อดี

  • ดิพสวิซท์ ใช้งานง่ายและไม่ต้องอาศัยช่างไฟฟ้า
  • ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม เพราะเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าส่วนใหญ่มีดิพสวิซท์อยู่แล้ว (แล้วแต่รุ่น และผู้ผลิต)

ข้อเสีย

  • จะทำให้เวลาในการชาร์จยาวนานมากขึ้น
  • ไม่รองรับการปรับเปลี่ยนในอนาคตหากคุณต้องการจะเพิ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า

            รถยนต์ไฟฟ้าส่วนใหญ่จะมีตัว In-Cable Adapter ซึ่งปลายข้างหนึ่งจะอยู่ที่ช่องบนผนังและอีกข้างจะอยู่ที่ช่องชาร์จของรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจะไม่มีดิพสวิซท์ที่ใช้เพื่อปรับหรือตัดกระแส

การโปรแกรมให้เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าทำงานในตอนกลางคืน

            หากคุณใช้บริการTOU (Time of Use) ของการไฟฟ้า อัตราค่าไฟในตอนกลางคืนก็จะต่ำกว่าในตอนกลางวัน  คุณสามารถเลือกที่จะโปรแกรมเครื่องชาร์จให้ชาร์จเฉพาะในตอนกลางคืนได้ ซึ่งก็แน่นอนว่าจะไม่เป็นการทำให้ระบบไฟฟ้าของคุณโอเว่อร์โหลดอีกด้วยแต่ข้อเสียคือ ในบางครั้งคุณก็มีความจำเป็นที่จะต้องชาร์จในตอนเย็นหรือในระหว่างวัน ตัวเลือกนี้ต้องใช้กับเครื่องชาร์จที่สามารถเชื่อมต่อกับแอปบนโทรศัพท์มือถือได้ บางครั้งก็เชื่อมต่อโดยผ่านอินเตอร์เน็ตหรือ WIFI

การตั้งโปรแกรมให้เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า  ชาร์จไฟในตอนกลางคืน

ข้อดี

  • เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่เป็นแบบสมาร์ทสามารถรองรับการตั้งโปรแกรมได้
  • เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าติดตั้งตัวจับเวลาเพิ่มเติมได้
  • สามารถทำงานกับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เพิ่มเข้าไปอีกได้

ข้อเสีย

  • ไม่ควรทำการชาร์จในขณะที่มีความต้องการการใช้กระแสไฟมาก

Dynamic Load Balancing จะยังทำงานให้คุณได้แม้คุณจะเพิ่มเครื่องชาร์จอีกเครื่อง

Dynamic Load Balancing นั้นล้ำสมัยและรองรับอนาคตอย่างยิ่ง แม้คุณจะซื้อรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มก็ไม่ทำให้ระบบไฟฟ้าของบ้านคุณโอเว่อร์โหลด และระบบ Dynamic Load Balancing ยังรองรับเครื่องชาร์จได้หลายเครื่อง

Dynamic Load Balancing กับเครื่องชาร์จเครื่องที่สอง

การดำเนินการติดตั้ง

หัวข้อต่อไปนี้คือวิธีการที่ช่างไฟทำการติดตั้ง Dynamic load balancing :

  1. ช่างไฟฟ้าจะติดมิเตอร์วัดไฟเพิ่มก่อนที่จะถึงฟิวส์หลักของบ้านเพื่อจะได้ทราบว่าบ้านนี้มีการใช้กระแสไฟเท่าไหร่
  2. เดินสายสัญญาณจากเครื่องวัดไฟที่ติดตั้งใหม่ไปยังเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อทำให้เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้ารับรู้ได้ว่าทั้งบ้านกำลังใช้กระแสไฟเท่าไหร่
  3. เมื่อรู้อัตราการใช้ไฟและขนาดของฟิวส์หลักแล้วเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าก็จะสามารถคำนวณได้ว่ามีกระแสไฟเหลือพอให้ใช้ได้อีกเท่าไหร่และทำการปรับกระแสที่เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าให้สอดคล้องกัน
  4. ในกรณีติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเครื่องที่สอง จะมีเพียงเครื่องใดเครื่องหนึ่งเปิดทำงานอยู่เพียงเครื่องเดียว

แล้วถ้าหากคุณอาศัยอยู่ในอพาร์ทเม้นท์หรือคอนโด ควรทำอย่างไร?

            ย่อหน้าท้ายนี้จะได้อธิบายว่าเครื่องชาร์จเครื่องใดเครื่องหนึ่งจะทำงานเป็นหลักและควบคุมอีกเครื่องได้อย่างไร ข้อเสียก็คือหากเครื่องชาร์จหลักปิดอยู่ ทางอพาร์ทเม้นท์หรือคอนโดจะต้องใช้สวิซท์บอร์ดเพื่อการควบคุมเครื่องชาร์จ

ที่มา : homechargingstations

สอบถามเพิ่มเติม : http://chargedee.com/contact-us

ดูตัวอย่างผลิตภัณฑ์ : BENY Smart DLB 7.4kW Tethered Type 2



Comments (2)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น